ice-maker.happycool-th.comhttps://ice-maker.happycool-th.com

ตู้ทำน้ำแข็งขึ้นคราบ ตะกรัน และ กลิ่นไม่พึงประสงค์ แก้อย่างไร?

ตู้ทำน้ำแข็งขึ้นคราบ ตะกรัน และ กลิ่นไม่พึงประสงค์ แก้อย่างไร?

แนะนำวิธีป้องกันการเกิดคราบ ตะกรัน และ กลิ่นไม่พึงประสงค์ในตู้ทำน้ำแข็งขึ้น

ตู้ทำน้ำแข็งนั้นได้กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับร้านอาหาร ร้านกาแฟ คาเฟ่ โรงแรม ร้านเครื่องดื่ม โรงงานผลิตอาหาร รวมถึงธุรกิจที่ต้องใช้น้ำแข็งอยู่เป็นประจำ เพราะช่วยผลิตน้ำแข็งได้เองตามปริมาณที่ต้องการ ลดการพึ่งพาน้ำแข็งจากภายนอก และ ช่วยให้สามารถบริหารต้นทุนได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ผู้ใช้งานตู้ทำน้ำแข็งมักพบหลังจากใช้งานไประยะหนึ่ง คือ คราบ ตะกรัน คราบขาว และกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะบริเวณถาดทำน้ำแข็ง ถังเก็บน้ำ ระบบจ่ายน้ำ หัวฉีด ท่อน้ำ และ พื้นที่ภายในตู้ที่มีความชื้นอยู่ตลอดเวลา โดยหากปล่อยให้คราบเหล่านี้สะสม นอกจากทำให้ตู้ทำน้ำแข็งดูสกปรกแล้ว ยังอาจส่งผลต่อคุณภาพของน้ำแข็ง ทำให้น้ำแข็งมีกลิ่น หรือ รสชาติผิดปกติ ระบบน้ำอุดตัน ประสิทธิภาพการผลิตลดลง และ เพิ่มภาระให้กับระบบทำความเย็น ดังนั้นบทความนี้จะพาไปดูว่า ตู้ทำน้ำแข็งเกิดคราบ และ ตะกรันจากอะไร กลิ่นไม่พึงประสงค์เกิดจากสาเหตุใด วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้องควรทำอย่างไร รวมถึงวิธีป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้กลับมาเกิดซ้ำ  

ทำความเข้าใจสาเหตุ: ทำไมตู้ทำน้ำแข็งจึงเกิดตะกรัน และ กลิ่นไม่พึงประสงค์?

การแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด และ มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องเข้าใจต้นเหตุของปัญหาก่อนว่า คราบสีขาวแข็งๆ และ กลิ่นแปลกปลอมเหล่านั้นในตู้ทำน้ำแข็งมาจากไหน 1. คราบตะกรัน คืออะไร? คราบตะกรัน คือ คราบแร่ธาตุสีขาว หรือ เหลืองอ่อนที่มีลักษณะแข็ง เกาะอยู่ตามผนังถังพักน้ำ แผงทำความเย็น ท่อส่งน้ำ และ ถังเก็บน้ำแข็ง
  • เกิดขึ้นได้อย่างไร: เกิดจากน้ำที่ใช้ทำน้ำแข็งเป็น “น้ำแข็ง” ซึ่งมีแร่ธาตุละลายอยู่ โดยเฉพาะ แคลเซียม และ แมกนีเซียม เมื่อน้ำถูกทำให้เย็นจัดจนกลายเป็นน้ำแข็ง แร่ธาตุเหล่านี้จะไม่ตกผลึกรวมไปกับน้ำแข็งทั้งหมด แต่จะตกค้าง และ สะสมอยู่บนพื้นผิวสัมผัสของเครื่อง ยิ่งใช้งานต่อเนื่องโดยไม่มีการล้าง แร่ธาตุจะพอกหนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคราบตะกรันที่แข็ง และ แก้ออกยาก
  • ผลกระทบ: ตะกรันที่เกาะหนาบนแผงทำความเย็นจะทำหน้าที่เหมือน “ฉนวนกันความร้อน” ทำให้เครื่องถ่ายเทความเย็นได้ไม่ดี ส่งผลให้ทำน้ำแข็งช้าลง ก้อนน้ำแข็งบาง หรือ เว้าแหว่ง และคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้น จนนำไปสู่การชำรุดก่อนเวลาอันควร
2. กลิ่นไม่พึงประสงค์ เกิดจากอะไร? กลิ่นอับ กลิ่นคาว หรือ กลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่ออกมาพร้อมกับน้ำแข็ง เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น
  • การสะสมของแบคทีเรีย และ เชื้อรา: ความชื้นภายในตู้ทำน้ำแข็งเป็นสภาวะที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ โดยเฉพาะในจุดที่น้ำขัง หรือ ถังเก็บน้ำแข็งที่ไม่มีการถ่ายเท หากไม่ได้ล้างทำความสะอาด จะเกิดเป็นเมือกชีวภาพ สีดำ สีชมพู หรือ สีเขียว ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นเหม็นอับ และ เชื้อโรค
  • การดูดซับกลิ่นรอบข้าง: น้ำแข็งมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นในอากาศได้ดีมาก หากเป็นตู้ทำน้ำแข็งแบบ built-in ในตู้เย็น และ มีการเก็บอาหารที่มีกลิ่นแรง (เช่น ทุเรียน กิมจิ หรือ อาหารทะเล) กลิ่นเหล่านั้นจะหมุนเวียน และ ถูกดูดซับเข้าไปในน้ำแข็ง
  • ไส้กรองน้ำหมดอายุ: ไส้กรองน้ำทำหน้าที่กรองคลอรีน สิ่งสกปรก และ กลิ่นแปลกปลอมในน้ำประปา หากไส้กรองหมดสภาพนอกจากจะไม่ช่วยกรองแล้ว ตัวไส้กรองเองอาจกลายเป็นแหล่งสะสมสิ่งสกปรกและ ส่งกลิ่นหมักหมมออกมา
  • คุณภาพของน้ำต้นทาง: น้ำประปาที่มีคลอรีนสูง หรือ น้ำบาดาลที่มีสารตะกอน/เหล็กสูง จะทำให้น้ำแข็งมีกลิ่นคาว หรือ กลิ่นสารเคมี

วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดตะกรัน และ กลิ่นในตู้ทำน้ำแข็ง

การทำความสะอาดเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หากต้องการให้ตู้ทำน้ำแข็งผลิตน้ำแข็งที่สะอาด บริสุทธิ์ และ ปราศจากกลิ่นในระยะยาว คุณควรปฏิบัติตามแนวทางป้องกันต่อไปนี้ 1. ติดตั้งระบบกรองน้ำที่เหมาะสม
  • ระบบ Reverse Osmosis (RO): เป็นวิธีแก้ปัญหาตะกรันที่ดีที่สุด เนื่องจากระบบ RO สามารถกรองแร่ธาตุ แคลเซียม แมกนีเซียม และ สารละลายในน้ำ (TDS) ออกได้ถึง 95-99% ทำให้น้ำที่เข้าเครื่องทำน้ำแข็งเป็นน้ำบริสุทธิ์เกือบ 100% ซึ่ง จะไม่ทำให้เกิดคราบตะกรันเลย
  • ระบบกรองเรซิน : หากไม่ใช้ RO สามารถใช้กรองเรซินเพื่อแลกเปลี่ยนประจุ แลกแคลเซียม และแมกนีเซียมออก ช่วยลดความกระด้างของน้ำได้ดี
2. เปลี่ยนไส้กรองน้ำตามกำหนดเวลา ไส้กรองคาร์บอน ช่วยดูดซับคลอรีน กลิ่น และ สีในน้ำ ควรเปลี่ยนทุกๆ 3 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน หากปล่อยให้ไส้กรองหมดอายุ นอกจากกลิ่นประปาจะหลุดเข้าไปแล้ว ตัวไส้กรองเองจะกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรีย 3. อย่าปล่อยให้น้ำขังอยู่ในถังพักเป็นเวลานาน หากไม่ได้ใช้งานตู้ทำน้ำแข็งเป็นเวลานาน (เช่น ปิดบ้านหลายวัน หรือ ปิดร้านช่วงเทศกาล) ควรระบายน้ำออกจากถังพักน้ำให้แห้งสนิท และ เช็ดภายในถังเก็บน้ำแข็งให้แห้ง การปล่อยให้น้ำนิ่งขังอยู่ภายในเครื่องเป็นเวลานาน คือสาเหตุหลักของการเกิดเมือก และ แบคทีเรีย 4. วางแผนตารางการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
  • ทุกสัปดาห์: เช็ดทำความสะอาดขอบยาง ประตู และ ล้างช้อนตักน้ำแข็งด้วยน้ำอุ่นผสมสบู่เหลวอ่อนๆ
  • ทุกเดือน: ล้างถังเก็บน้ำแข็งด้วยเบกกิ้งโซดาเพื่อป้องกันการสะสมของกลิ่น
  • ทุก 3-6 เดือน: ทำการล้างตะกรันด้วยน้ำส้มสายชู หรือ กรดซิทริกเต็มรูปแบบ
สำหรับร้านกาแฟ ร้านอาหาร โรงแรม หรือ ธุรกิจที่ใช้น้ำแข็งในปริมาณมาก การดูแลตู้ทำน้ำแข็งอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงช่วยลดคราบ และ กลิ่น แต่ยังช่วยรักษาคุณภาพน้ำแข็ง ลดโอกาสเกิดปัญหาระหว่างการใช้งาน และ ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องได้อีกด้วย โดยหัวใจสำคัญคือ อย่ารอให้ตู้ทำน้ำแข็งมีกลิ่น หรือ มีตะกรันหนาจึงค่อยทำความสะอาด แต่ควรวางแผนบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้น้ำแข็งที่สะอาด มีคุณภาพ และ เหมาะสำหรับการใช้งานในธุรกิจอาหาร และ เครื่องดื่ม แต่ถ้ากำลังมองหาตู้ทำน้ำแข็งที่มีประสิทธิภาพเราขอแนะนำ HAPPYCOOL ซึ่งเป็นผู้จำหน่าย เครื่องผลิตน้ำแข็งที่มีคุณภาพ เรามีโรงงาน และ มีทีมงานในการประกอบตู้ทำน้ำแข็งของตัวเอง และ มีทีมงานคุณภาพให้บริการทั่วประเทศ พร้อมที่จะให้บริการงานติดตั้งจึงทำให้ ลูกค้าหมดกังวล หากเครื่องมีปัญหา นอกจากนี้เรามีการใส่ใจในเรื่องของการให้การบริการหลังการขาย ซึ่งเรามีทีม Call Center และ ทีมเซอร์วิสคอยบริการลูกค้า 24 ชม. และ การรับประกันตัวเครื่องทำน้ำแข็งสูงสุดให้กับลูกค้านานถึง 10 ปี!!

 

ติดต่อสอบถาม

HAPPYCOOL
456/362 Kanchanapisek Road,Tarang, Bangkean, BKK 10220
โทร: 02-0963462
LINE ID: @happycool

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *