แนะนำวิธีป้องกันการเกิดคราบ ตะกรัน และ กลิ่นไม่พึงประสงค์ในตู้ทำน้ำแข็งขึ้น
ตู้ทำน้ำแข็งนั้นได้กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับร้านอาหาร ร้านกาแฟ คาเฟ่ โรงแรม ร้านเครื่องดื่ม โรงงานผลิตอาหาร รวมถึงธุรกิจที่ต้องใช้น้ำแข็งอยู่เป็นประจำ เพราะช่วยผลิตน้ำแข็งได้เองตามปริมาณที่ต้องการ ลดการพึ่งพาน้ำแข็งจากภายนอก และ ช่วยให้สามารถบริหารต้นทุนได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ผู้ใช้งานตู้ทำน้ำแข็งมักพบหลังจากใช้งานไประยะหนึ่ง คือ คราบ ตะกรัน คราบขาว และกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะบริเวณถาดทำน้ำแข็ง ถังเก็บน้ำ ระบบจ่ายน้ำ หัวฉีด ท่อน้ำ และ พื้นที่ภายในตู้ที่มีความชื้นอยู่ตลอดเวลา โดยหากปล่อยให้คราบเหล่านี้สะสม นอกจากทำให้ตู้ทำน้ำแข็งดูสกปรกแล้ว ยังอาจส่งผลต่อคุณภาพของน้ำแข็ง ทำให้น้ำแข็งมีกลิ่น หรือ รสชาติผิดปกติ ระบบน้ำอุดตัน ประสิทธิภาพการผลิตลดลง และ เพิ่มภาระให้กับระบบทำความเย็น ดังนั้นบทความนี้จะพาไปดูว่า ตู้ทำน้ำแข็งเกิดคราบ และ ตะกรันจากอะไร กลิ่นไม่พึงประสงค์เกิดจากสาเหตุใด วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้องควรทำอย่างไร รวมถึงวิธีป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้กลับมาเกิดซ้ำทำความเข้าใจสาเหตุ: ทำไมตู้ทำน้ำแข็งจึงเกิดตะกรัน และ กลิ่นไม่พึงประสงค์?
การแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด และ มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องเข้าใจต้นเหตุของปัญหาก่อนว่า คราบสีขาวแข็งๆ และ กลิ่นแปลกปลอมเหล่านั้นในตู้ทำน้ำแข็งมาจากไหน 1. คราบตะกรัน คืออะไร? คราบตะกรัน คือ คราบแร่ธาตุสีขาว หรือ เหลืองอ่อนที่มีลักษณะแข็ง เกาะอยู่ตามผนังถังพักน้ำ แผงทำความเย็น ท่อส่งน้ำ และ ถังเก็บน้ำแข็ง- เกิดขึ้นได้อย่างไร: เกิดจากน้ำที่ใช้ทำน้ำแข็งเป็น “น้ำแข็ง” ซึ่งมีแร่ธาตุละลายอยู่ โดยเฉพาะ แคลเซียม และ แมกนีเซียม เมื่อน้ำถูกทำให้เย็นจัดจนกลายเป็นน้ำแข็ง แร่ธาตุเหล่านี้จะไม่ตกผลึกรวมไปกับน้ำแข็งทั้งหมด แต่จะตกค้าง และ สะสมอยู่บนพื้นผิวสัมผัสของเครื่อง ยิ่งใช้งานต่อเนื่องโดยไม่มีการล้าง แร่ธาตุจะพอกหนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคราบตะกรันที่แข็ง และ แก้ออกยาก
- ผลกระทบ: ตะกรันที่เกาะหนาบนแผงทำความเย็นจะทำหน้าที่เหมือน “ฉนวนกันความร้อน” ทำให้เครื่องถ่ายเทความเย็นได้ไม่ดี ส่งผลให้ทำน้ำแข็งช้าลง ก้อนน้ำแข็งบาง หรือ เว้าแหว่ง และคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้น จนนำไปสู่การชำรุดก่อนเวลาอันควร
- การสะสมของแบคทีเรีย และ เชื้อรา: ความชื้นภายในตู้ทำน้ำแข็งเป็นสภาวะที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ โดยเฉพาะในจุดที่น้ำขัง หรือ ถังเก็บน้ำแข็งที่ไม่มีการถ่ายเท หากไม่ได้ล้างทำความสะอาด จะเกิดเป็นเมือกชีวภาพ สีดำ สีชมพู หรือ สีเขียว ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นเหม็นอับ และ เชื้อโรค
- การดูดซับกลิ่นรอบข้าง: น้ำแข็งมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นในอากาศได้ดีมาก หากเป็นตู้ทำน้ำแข็งแบบ built-in ในตู้เย็น และ มีการเก็บอาหารที่มีกลิ่นแรง (เช่น ทุเรียน กิมจิ หรือ อาหารทะเล) กลิ่นเหล่านั้นจะหมุนเวียน และ ถูกดูดซับเข้าไปในน้ำแข็ง
- ไส้กรองน้ำหมดอายุ: ไส้กรองน้ำทำหน้าที่กรองคลอรีน สิ่งสกปรก และ กลิ่นแปลกปลอมในน้ำประปา หากไส้กรองหมดสภาพนอกจากจะไม่ช่วยกรองแล้ว ตัวไส้กรองเองอาจกลายเป็นแหล่งสะสมสิ่งสกปรกและ ส่งกลิ่นหมักหมมออกมา
- คุณภาพของน้ำต้นทาง: น้ำประปาที่มีคลอรีนสูง หรือ น้ำบาดาลที่มีสารตะกอน/เหล็กสูง จะทำให้น้ำแข็งมีกลิ่นคาว หรือ กลิ่นสารเคมี
วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดตะกรัน และ กลิ่นในตู้ทำน้ำแข็ง
การทำความสะอาดเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หากต้องการให้ตู้ทำน้ำแข็งผลิตน้ำแข็งที่สะอาด บริสุทธิ์ และ ปราศจากกลิ่นในระยะยาว คุณควรปฏิบัติตามแนวทางป้องกันต่อไปนี้ 1. ติดตั้งระบบกรองน้ำที่เหมาะสม- ระบบ Reverse Osmosis (RO): เป็นวิธีแก้ปัญหาตะกรันที่ดีที่สุด เนื่องจากระบบ RO สามารถกรองแร่ธาตุ แคลเซียม แมกนีเซียม และ สารละลายในน้ำ (TDS) ออกได้ถึง 95-99% ทำให้น้ำที่เข้าเครื่องทำน้ำแข็งเป็นน้ำบริสุทธิ์เกือบ 100% ซึ่ง จะไม่ทำให้เกิดคราบตะกรันเลย
- ระบบกรองเรซิน : หากไม่ใช้ RO สามารถใช้กรองเรซินเพื่อแลกเปลี่ยนประจุ แลกแคลเซียม และแมกนีเซียมออก ช่วยลดความกระด้างของน้ำได้ดี
- ทุกสัปดาห์: เช็ดทำความสะอาดขอบยาง ประตู และ ล้างช้อนตักน้ำแข็งด้วยน้ำอุ่นผสมสบู่เหลวอ่อนๆ
- ทุกเดือน: ล้างถังเก็บน้ำแข็งด้วยเบกกิ้งโซดาเพื่อป้องกันการสะสมของกลิ่น
- ทุก 3-6 เดือน: ทำการล้างตะกรันด้วยน้ำส้มสายชู หรือ กรดซิทริกเต็มรูปแบบ
ติดต่อสอบถาม
HAPPYCOOL
456/362 Kanchanapisek Road,Tarang, Bangkean, BKK 10220
โทร: 02-0963462
LINE ID: @happycool

