ไขข้อสงสัยว่าน้ำแข็งทรงถ้วยนั้นจะละลายช้ากว่าจริงไหม
เมื่อต้องพูดถึง “น้ำแข็ง” หลายๆคนอาจคิดว่าไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็งก้อน น้ำแข็งหลอด น้ำแข็งเกล็ด หรือ น้ำแข็งทรงถ้วย ล้วนทำมาจากน้ำเหมือนกัน น่าจะละลายเร็ว หรือ ช้าไม่ต่างกันมากนัก แต่ในความเป็นจริง รูปร่าง ขนาด ความหนาแน่น และ พื้นที่ผิวของน้ำแข็ง มีผลอย่างมากต่ออัตราการละลาย ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “น้ำแข็งทรงถ้วย” จะได้รับความนิยมสูงมากในร้านเครื่องดื่ม คาเฟ่ ร้านกาแฟ และ ร้านชานม เนื่องจากมีภาพลักษณ์ที่พรีเมียม เครื่องดื่มดูสวยงาม และ ที่สำคัญ คือ มีคำกล่าวกันว่า น้ำแข็งทรงถ้วยจะละลายช้ากว่าน้ำแข็งแบบอื่นๆ ที่จะทำให้เครื่องดื่มไม่จืดเร็ว แต่คำกล่าวนี้จะเป็นเรื่องจริงทางวิทยาศาสตร์ หรือ เป็นเพียงความรู้สึกจากการใช้งานไหม? ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกคำตอบอย่างละเอียดกัน
ทำความรู้จักน้ำแข็งแต่ละประเภทก่อนเปรียบเทียบน้ำแข็งทรงถ้วย
- น้ำแข็งทรงถ้วย (Cup Ice)
จะเป็นน้ำแข็งทรงถ้วยที่มีลักษณะเป็นรูปถ้วย หรือ ครึ่งทรงกลม มีโพรงตรงกลาง มีผนังน้ำแข็งหนา และ ผิวเรียบใส มักผลิตด้วยเครื่องทำน้ำแข็งระบบน้ำไหล (Clear Ice System) โดยมีจุดเด่นที่รูปร่างสวยงาม ดูพรีเมียม , มีผิวเรียบ ไม่มีฟองอากาศมาก , มีโครงสร้างแน่น หนา จึงนิยมใช้ในเครื่องดื่มเย็น เช่น กาแฟ ชานม และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ - น้ำแข็งหลอด (Tube Ice)
น้ำแข็งหลอดเป็นน้ำแข็งที่มีลักษณะทรงกระบอก มีรูตรงกลาง ขนาดเล็กถึงกลาง พบได้ทั่วไปในร้านอาหาร จะมีจุดเด่นที่ละลายค่อนข้างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังผลิตง่าย ต้นทุนต่ำ และ ใช้ได้หลากหลายเมนู - น้ำแข็งก้อนเหลี่ยม (Cube Ice)
น้ำแข็งก้อนเหลี่ยมมักใช้ในบาร์ หรือ เครื่องดื่มแบบพรีเมียม ที่มีทั้งแบบใส และ แบบขุ่น จะมีจุดเด่นที่ มีพื้นที่ผิวน้อยเมื่อเทียบกับปริมาตร และ ยังละลายช้ากว่าน้ำแข็งขนาดเล็ก จึงเหมาะกับเครื่องดื่มที่ต้องการรสชาติคงที่ - น้ำแข็งเกล็ด / น้ำแข็งบด
น้ำแข็งเกล็ดจะมีลักษณะบาง แตกละเอียด โดยมีจุดเด่นที่เย็นเร็ว นิยมใช้กับอาหารทะเล หรือ เครื่องดื่มปั่น แต่จะละลายเร็วที่สุด
หลังการละลายของน้ำแข็งที่มีผลต่อพื้นที่ผิว และ ปริมาตร
หัวใจสำคัญที่กำหนดว่าน้ำแข็งจะละลายเร็ว หรือ ช้า นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ชื่อเรียก” แต่ขึ้นอยู่กับกฎของฟิสิกส์ที่เรียกว่า อัตราส่วนพื้นที่ผิวต่อปริมาตร (Surface Area to Volume Ratio) โดยจะประกอบไปด้วย
- พื้นที่ผิว (Surface Area): คือ บริเวณที่น้ำแข็งสัมผัสกับ “ความร้อน” (ไม่ว่าจะเป็นจากเครื่องดื่ม หรืออากาศ) ยิ่งมีพื้นที่ผิวมาก ความร้อนก็ยิ่งเข้าถึงเนื้อน้ำแข็งได้ง่ายขึ้น
- ปริมาตร (Volume): คือ มวลของน้ำแข็งทั้งหมด ยิ่งมีปริมาตรมาก พลังงานที่ต้องใช้ในการหลอมละลายก็ยิ่งสูงขึ้นไปด้วย
กฎเหล็ก คือ: น้ำแข็งที่มีพื้นที่ผิวน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับปริมาตรที่เท่ากัน จะละลายช้าที่สุด ซึ่งรูปทรงที่เหมาะสมที่สุดในทางทฤษฎีคือ “ทรงกลม” (Sphere) รองลงมาคือ “ลูกบาศก์” (Cube)
แล้ว “ทรงถ้วย” อยู่ตรงไหน? ซึ่งน้ำแข็งทรงถ้วยถูกออกแบบมาให้มีลักษณะ ตัน และ หนา ไม่มีรูตรงกลางเหมือนน้ำแข็งหลอดทั่วๆไป (Tube Ice) การที่มันมีความหนาของเนื้อน้ำแข็งมาก และ ไม่มีรูพรุน จะทำให้น้ำแข็งทรงถ้วยมีอัตราส่วนพื้นที่ผิวต่อปริมาตรที่ “ต่ำ” กว่าน้ำแข็งหลอด หรือ น้ำแข็งบดอย่างมาก แต่จะน้อยกว่าน้ำแข็งทรงกลมเล็กน้อย นี่ คือเหตุผลเบื้องต้นที่จะทำให้มันละลายช้ากว่าน้ำแข็งมาตรฐานในท้องตลาดทั่วไปนั้นเอง
ความลับของความใส ทำไมน้ำแข็งขุ่นถึงละลายเร็วกว่า?
หากคุณสังเกตน้ำแข็งทรงถ้วยในร้านกาแฟชั้นนำ มันจะมีความ “ใสแจ๋ว” ต่างจากน้ำแข็งหลอดตามร้านสะดวกซื้อที่มักจะมีแกนกลางสีขาวขุ่น ความใสนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่จะส่งผลต่อการละลายโดยตรงซึ่งจะประกอบด้วยส่วนหลัก ดังนี้
- ฟองอากาศ และ สิ่งเจือปน: สีขาวขุ่นในน้ำแข็ง คือ ก๊าซ และ แร่ธาตุที่ถูกกักเก็บไว้ระหว่างการแข็งตัว ฟองอากาศเหล่านี้จะทำให้น้ำแข็งมีโครงสร้างที่ “ไม่หนาแน่น” และ ทำหน้าที่เป็นจุดอ่อนที่ความร้อนสามารถแทรกซึมเข้าไปได้ง่ายขึ้น
- ความหนาแน่น (Density): น้ำแข็งทรงถ้วยส่วนใหญ่จะผลิตด้วยระบบ Spray System (การพ่นละอองน้ำขึ้นไปในแม่พิมพ์ที่เย็นจัด) กระบวนการนี้จะไล่อากาศออกทำให้น้ำแข็งที่ได้มีความหนาแน่นสูง และใสบริสุทธิ์ เนื้อน้ำแข็งที่แน่นกว่าจึงทนทานต่ออุณหภูมิภายนอกได้ดีกว่าน้ำแข็งที่มีฟองอากาศแทรกอยู่
ปัจจัยอื่นที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่า “น้ำแข็งทรงถ้วย” ละลายช้ากว่าจริง
บางครั้งความรู้สึกที่ว่าน้ำแข็งทรงถ้วยจะละลายช้ากว่า อาจมาจากปัจจัยแวดล้อมอื่นๆที่ไม่ใช่แค่รูปทรง เช่น
- ขนาดของก้อนน้ำแข็ง : น้ำแข็งทรงถ้วยมักจะมีขนาดใหญ่กว่าน้ำแข็งหลอด หรือ น้ำแข็งก้อนทั่วๆไป ตามหลักฟิสิกส์ มวลที่มากกว่าย่อมใช้เวลานานกว่าในการละลาย (หากปริมาณน้ำในแก้วเท่ากัน)
- อุณหภูมิเริ่มต้น: เครื่องทำน้ำแข็งระดับ Gourmet มักจะผลิตน้ำแข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า (ติดลบมากกว่า) โดยน้ำแข็งที่ผลิตจากเครื่องขนาดเล็ก หรือ ซื้อตามถังทั่วไป ทำให้น้ำแข็งมีความ “เย็นจัด” จนต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าจะถึงจุดหลอมเหลว
- การแทนที่น้ำ: เนื่องจากน้ำแข็งทรงถ้วยมีความตัน เมื่อใส่ในแก้วจะเหลือน้ำที่เป็นของเหลวน้อยลง การถ่ายเทความร้อนจากน้ำไปยังน้ำแข็งจึงเกิดขึ้นช้ากว่าแก้วที่มีน้ำเยอะกว่านั้นเอง
โดยหากเราเปรียบเทียบกับน้ำแข็งที่เราหาซื้อได้ทั่วไป (เช่น น้ำแข็งหลอดที่มีรูตรงกลาง หรือ น้ำแข็งบด) น้ำแข็งทรงถ้วยนั้นจะละลายช้ากว่าอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากหลายๆสาเหตุ เช่น มีพื้นที่ผิวสัมผัสความร้อนน้อยกว่า (เพราะไม่มีรูตรงกลาง) , มีความหนาแน่นของเนื้อน้ำแข็งสูงกว่า (ไม่มีฟองอากาศ) และ มีขนาดต่อก้อนที่ใหญ่กว่า แต่อย่างไรก็ตาม หากนำไปเทียบกับ “น้ำแข็งทรงกลม” (Ice Ball) ที่มีปริมาตรเท่ากัน น้ำแข็งทรงกลมจะยังคงครองแชมป์การละลายช้าที่สุดหลักฟิสิกส์ แต่สำหรับในชีวิตประจำวันและ การทำเครื่องดื่มทั่วๆไป น้ำแข็งทรงถ้วย คือ ตัวเลือกที่สมดุลที่สุดระหว่าง “ความสวยงาม” และ “ความทนทาน” ต่อการละลายนั้นเอง
ดังนั้นหากสนใจเครื่องผลิตน้ำแข็งทรงถ้วย ที่มีประสิทธิภาพ และ ได้การยอมรับในหลายๆธุรกิจ เราขอแนะนำ HAPPYCOOL ซึ่งเป็นผู้จำหน่าย เครื่องผลิตน้ำแข็งทรงถ้วยที่มีคุณภาพ เรามีโรงงาน และ มีทีมงานในการประกอบตู้ทำน้ำแข็งของตัวเอง และ มีทีมงานคุณภาพให้บริการทั่วประเทศ พร้อมที่จะให้บริการงานติดตั้งจึงทำให้ ลูกค้าหมดกังวล หากเครื่องมีปัญหา นอกจากนี้เรามีการใส่ใจในเรื่องของการให้การบริการหลังการขาย ซึ่งเรามีทีม Call Center และ ทีมเซอร์วิสคอยบริการลูกค้า 24 ชม. และ การรับประกันตัวเครื่องทำน้ำแข็งสูงสุดให้กับลูกค้านานถึง 10 ปี!!
HAPPYCOOL
456/362 Kanchanapisek Road,Tarang, Bangkean, BKK 10220
Tel : 02-0963462
Line ID: @happycool
Facebook: Happy Cool
Email: Info@Planetx.ltd

