เข้าใจการใช้งานเครื่องทำน้ำแข็งขนาดเล็กเพื่อให้เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม
เครื่องทำน้ำแข็งขนาดเล็กเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมในร้านกาแฟ ร้านเครื่องดื่ม ร้านอาหาร โรงแรมขนาดเล็ก รวมถึงสำนักงานที่ต้องการผลิตน้ำแข็งใช้เอง เพราะช่วยลดการพึ่งพาน้ำแข็งจากภายนอกและ สามารถควบคุมปริมาณการผลิตให้เหมาะกับการใช้งานได้ แต่ก่อนซื้อเครื่องทำน้ำแข็ง หลายๆคนมักดูเพียงว่า ผลิตน้ำแข็งได้กี่กิโลกรัมต่อวัน โดยไม่ได้พิจารณาว่าเครื่องต้องใช้น้ำเท่าไร ต้องต่อท่อน้ำหรือ ไม่ ต้องมีระบบกรองน้ำ หรือ ไม่ และ จำเป็นต้องเตรียมท่อน้ำทิ้งอย่างไร คำถามว่า เครื่องทำน้ำแข็งขนาดเล็กใช้น้ำเท่าไร จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับเครื่องทุกประเภท เพราะปริมาณน้ำที่ใช้ขึ้นอยู่กับขนาดกำลังผลิต ระบบการทำงาน ชนิดของน้ำแข็ง อุณหภูมิน้ำ อุณหภูมิห้อง ประสิทธิภาพของเครื่อง รวมถึงน้ำที่ถูกระบายทิ้งระหว่างกระบวนการผลิต และ การทำความสะอาด ดังนั้นบทความนี้จะมานำเสนอสิ่งสำคัญที่ต้องทราบก่อนสั่งซื้อคือ “เครื่องทำน้ำแข็งขนาดเล็กใช้น้ำเท่าไร?” และ “ต้องเตรียมระบบน้ำอย่างไรบ้าง?”
เครื่องทำน้ำแข็งขนาดเล็กใช้น้ำเท่าไร?
ปริมาณการใช้น้ำของเครื่องทำน้ำแข็งขึ้นอยู่กับ ประเภทของเครื่อง และ ระบบการระบายความร้อน รวมถึง รอบการล้างระบายน้ำทิ้ง
1. การคำนวณตามหลักฟิสิกส์ของการแช่แข็ง
โดยทางทฤษฎี น้ำ 1 ลิตร มีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม หากผลิตน้ำแข็งได้ 1 กิโลกรัม จะต้องใช้น้ำอย่างน้อยที่สุด 1 ลิตร อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง เครื่องทำน้ำแข็งไม่สามารถแปลงน้ำทุกหยดให้กลายเป็นน้ำแข็งได้ 100% เนื่องจาก:
- การระบายน้ำทิ้ง: เครื่องทำน้ำแข็งจะทำการระบายน้ำที่มีค่าสารละลายรวมที่สูงทิ้งระหว่างรอบ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำแข็งมีกลิ่น คลอรีน หรือ แร่ธาตุตกค้างจนเกิดคราบตะกรัน
- การละลายระหว่างช่วงการหลุดของน้ำแข็ง: เมื่อทำน้ำแข็งเสร็จ เครื่องจะใช้ความร้อนเบาๆ ละลายผิวหน้าให้น้ำแข็งร่วงลงมา ซึ่งทำให้น้ำบางส่วนละลายไป
2. อัตราการใช้น้ำจริงแยกตามประเภทเครื่อง
ประเภทที่ 1: เครื่องทำน้ำแข็งขนาดพกพา/ขนาดเล็ก
- พฤติกรรมการใช้น้ำ: เติมน้ำด้วยตัวเอง โดยการเทน้ำใส่ถังด้านล่าง
- การสูญเสียน้ำ: เกือบ 0% (ระบบหมุนเวียนน้ำ) น้ำที่ไม่ถูกแช่แข็งจะไหลกลับลงถังน้ำด้านล่างเพื่อนำไปทำน้ำแข็งต่อ
- อัตราการใช้น้ำ: 1.0 – 1.1 ลิตร ต่อน้ำแข็ง 1 กิโลกรัม
- ตัวอย่างการใช้งาน: หากเครื่องผลิตน้ำแข็งได้ 12 กิโลกรัมต่อวัน จะใช้น้ำดื่มประมาณ 12 – 13 ลิตรต่อวัน
ประเภทที่ 2: เครื่องทำน้ำแข็งขนาดเล็กต่อท่อน้ำตรง
- พฤติกรรมการใช้น้ำ: ต่อเข้ากับท่อน้ำประปา หรือ ระบบกรองน้ำ มีระบบวาล์วน้ำเข้า และ วาล์วระบายน้ำทิ้งอัตโนมัติ
- การสูญเสียน้ำ: มีการระบายน้ำทิ้งประมาณ 15% – 30% ของปริมาณน้ำเข้า เพื่อความสะอาด และ ใสก้อนน้ำแข็ง
- อัตราการใช้น้ำ: 1.2 – 1.5 ลิตร ต่อน้ำแข็ง 1 กิโลกรัม
- ตัวอย่างการใช้งาน: ผลิตน้ำแข็ง 30 กิโลกรัม/วัน ใช้น้ำประมาณ 36 – 45 ลิตร/วัน , ผลิตน้ำแข็ง 50 กิโลกรัม/วัน ใช้น้ำประมาณ 60 – 75 ลิตร/วัน
ต้องเตรียมระบบน้ำแบบไหนบ้าง?
การเตรียมระบบน้ำแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบตามประเภทของเครื่องทำน้ำแข็ง ดังนี้
รูปแบบที่ 1: สำหรับเครื่องทำน้ำแข็งขนาดพกพา (เติมน้ำเอง)
เครื่องประเภทนี้ไม่ต้องเดินท่อน้ำทิ้ง หรือ ท่อน้ำเข้า แต่ต้องพิถีพิถันเรื่อง คุณภาพน้ำที่นำมาเทใส่
- น้ำที่ควรใช้: น้ำดื่มบรรจุขวด, น้ำจากเครื่องกรอง RO ในบ้าน หรือ น้ำกรองประปาที่ผ่านกรองคาร์บอนแล้ว
- ข้อควรระวัง: ห้ามใช้น้ำประปาที่ไม่ได้กรองโดยตรง เพราะคลอรีนจะทำให้ก้อนน้ำแข็งมีกลิ่น และตะกรันจะสะสมในปั๊มน้ำขนาดเล็กจนเครื่องอุดตัน
รูปแบบที่ 2: สำหรับเครื่องทำน้ำแข็งขนาดเล็กแบบต่อท่อตรง (ร้านกาแฟ / บ้าน)
หากเลือกใช้เครื่องทำน้ำแข็งที่ต่อท่อน้ำอัตโนมัติ ต้องเตรียมระบบ 3 ส่วนสำคัญ ดังนี้
1. ระบบจ่ายน้ำเข้า
- ท่อน้ำเข้า: ควรเตรียมหัวก๊อก/วาล์วน้ำขนาด 1/2 นิ้ว (4 หุน) หรือ 3/8 นิ้ว ไว้ใกล้จุดติดตั้งเครื่อง (ระยะไม่เกิน 1.5 – 2 เมตร)
- แรงดันน้ำ: หากแรงดันน้ำประปาเบาเกินไป (ต่ำกว่า 20 psi) ต้องติดตั้ง ปั๊มเพิ่มแรงดัน หากแรงดันสูงเกินไป (เกิน 80 psi) ต้องติด วาล์วลดแรงดัน เพื่อป้องกันวาล์วน้ำเข้าเสียหาย
2. ระบบกรองน้ำ
ห้ามต่อท่อน้ำประปาเข้าเครื่องทำน้ำแข็งโดยตรงโดยเด็ดขาด ควรอุปกรณ์กรองน้ำเฉพาะทาง ดังนี้
- ชุดกรองเรซิน : เพื่อลดความแข็งของน้ำ และ ป้องกันการเกิดคราบตะกรัน
- ชุดกรองแอคทีฟคาร์บอน : ดูดซับกลิ่นคลอรีน สารเคมี และ ช่วยให้น้ำแข็งมีความใส วาว
- กรองตะกอน : ดักจับฝุ่น ผง สนิมเหล็ก และ สิ่งสกปรกที่มากับท่อน้ำ
3. ระบบน้ำทิ้ง
เครื่องทำน้ำแข็งระบบอัตโนมัติผลิตน้ำทิ้งตลอดเวลา จึงต้องจัดการระบบน้ำทิ้งให้ถูกต้อง
- การสโลปท่อ : ส่วนใหญ่เครื่องขนาดเล็กใช้การระบายน้ำทิ้งตามแรงโน้มถ่วง ท่อน้ำทิ้งต้องมีความลาดเอียงลงอย่างน้อย 1:40 (เอียงลง 1 ซม. ทุกๆ ความยาว 40 ซม.)
- ช่องว่างอากาศ : ปลายท่อน้ำทิ้งจากเครื่องทำน้ำแข็ง ห้ามเสียบคาไว้ในท่อระบายน้ำทิ้งโดยตรง ต้องมีช่องว่างอากาศอย่างน้อย 2 นิ้ว เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรีย หรือ กลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้งย้อนกลับเข้ามาในถังเก็บน้ำแข็ง
- กรณีไม่มีจุดน้ำทิ้งต่ำ: หากตำแหน่งติดตั้งไม่มีท่อระบายน้ำที่ต่ำกว่าตัวเครื่อง จำเป็นต้องติดตั้ง ปั๊มน้ำทิ้งเพื่อสูบน้ำทิ้งขึ้นไปทิ้งในตำแหน่งที่สูงกว่า
เครื่องทำน้ำแข็งขนาดเล็กไม่ได้มีอัตราการใช้น้ำเท่ากันทุกเครื่อง แม้จะมีกำลังผลิตน้ำแข็งเท่ากันก็ตาม เพราะระบบภายใน ชนิดน้ำแข็ง การหมุนเวียนน้ำ และ การระบายน้ำของแต่ละรุ่นแตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกเครื่องทำน้ำแข็งที่เหมาะสมไม่ควรดูเพียงว่า “ผลิตได้กี่กิโลกรัมต่อวัน” แต่ควรดูให้ครบว่า ใช้น้ำเท่าไร ต้องการแรงดันเท่าไร ต้องต่อท่อน้ำ หรือ ไม่ ต้องมีน้ำทิ้งแบบไหน และ ต้องใช้ระบบกรองน้ำระดับใด เมื่อข้อมูลเหล่านี้ตรงกับสภาพหน้างาน เครื่องจะสามารถทำงานได้เหมาะสม และ ดูแลรักษาได้ง่ายในระยะยาว โดยหากสนใจเครื่องทำน้ำแข็งที่มีคุณภาพเราขอแนะนำ HAPPYCOOL ซึ่งเป็นผู้จำหน่าย เครื่องผลิตน้ำแข็งที่มีคุณภาพ เรามีโรงงาน และ มีทีมงานในการประกอบตู้ทำน้ำแข็งของตัวเอง และ มีทีมงานคุณภาพให้บริการทั่วประเทศ พร้อมที่จะให้บริการงานติดตั้งจึงทำให้ ลูกค้าหมดกังวล หากเครื่องมีปัญหา นอกจากนี้เรามีการใส่ใจในเรื่องของการให้การบริการหลังการขาย ซึ่งเรามีทีม Call Center และ ทีมเซอร์วิสคอยบริการลูกค้า 24 ชม. และ การรับประกันตัวเครื่องทำน้ำแข็งสูงสุดให้กับลูกค้านานถึง 10 ปี!!
ติดต่อสอบถาม
HAPPYCOOL
456/362 Kanchanapisek Road,Tarang, Bangkean, BKK 10220
โทร: 02-0963462
LINE ID : @happycool

